อนุสติภาวนา เป็นสิ่งที่เจริญได้ในทุกอิริยาบถ (สัมมาสมาธิ)
อนุสติภาวนา เป็นสิ่งที่เจริญได้ในทุกอิริยาบถ
มหานาม ! เธอ พึงตามระลึกถึงตถาคต ว่า “แม้เพราะเหตุอย่างนี้ๆ พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น
เป็นผู้ไกลจากกิเลส
เป็นผู้ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ
เป็นผู้ไปแล้วด้วยดี
เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง
เป็นผู้สามารถฝึกบุรุษที่สมควรฝึกได้อย่างไม่มีใครยิ่งกว่า
เป็นครูผู้สอนของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย
เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานด้วยธรรม
เป็นผู้มีความจำเริญ จำแนกธรรมสั่งสอนสัตว์” ดังนี้.
มหานาม ! สมัยใด อริยสาวกตามระลึกถึงตถาคตอยู่; สมัยนั้นจิตของอริยสาวกนั้น
ไม่มีราคะกลุ้มรุม
ไม่มีโทสะกลุ้มรุม
ไม่มีโมหะกลุ้มรุม,
สมัยนั้นจิตของเธอนั้น เป็นจิตดำเนินไปตรงทีเดียว.
มหานาม ! อริยสาวกผู้มีจิต ดำเนินไปตรงเพราะปรารภตถาคต
ย่อมได้ความรู้สึกต่ออรรถ (อตฺถ เวท)
ย่อมได้ความรู้สึกต่อธรรม (ธมฺมเวท)
ย่อมได้ปราโมทย์อันประกอบด้วยธรรม.
เมื่อปราโมทย์แล้ว ปีติย่อมเกิด; เมื่อใจมีปีติ กายย่อมรำงับ; ผู้มีกายรำงับ ย่อมเสวยสุข; เมื่อมีสุข จิตย่อมเป็นสมาธิ.
มหานาม ! เธอ พึงเจริญพุทธานุสสตินี้
แม้ เมื่อเดินอยู่ พึงเจริญ
แม้ เมื่อยืนอยู่ พึงเจริญ
แม้เมื่อนั่งอยู่ พึงเจริญแม้
เมื่อนอนอยู่ พึงเจริญแม้
เมื่อ กำลังทำงานอยู่ พึงเจริญ
แม้เมื่อนอนเบียดบุตรอยู่บนที่นอน.
(ในกรณีแห่งการเจริญ ธัมมานุสสติ สังฆานุสสติ สีลานุสสติ จาคานุสสติ และเทวนุสสติ ก็มีข้อความที่ตรัสไว้อย่างเดียวกัน ผู้ปรารถนาโดยรายละเอียด พึงดูจากที่มาแห่งกรณีนั้นๆ. สิ่งซึ่งอาจจะเป็นที่ประหลาดใจแก่พวกเรา ในที่นี้ ก็คือข้อที่ว่า อนุสสติภาวนานั้น เป็นสิ่งที่อาจเจริญได้ในทุกอิริยาบถ แม้ในขณะที่ผู้ที่เป็นพ่อแม่นอนกกลูกอยู่) .
- เอกาทสก. อํ. ๒๔/๓๖๑/๒๑๙.
อริยสัจจากพระโอษฐ์ ภาค ๒ หน้าที่ ๑๓๑๙

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น