(ตอนที่ ๒) กิเลสและความผูกพัน (โคดำ กับ โคขาว)



(ตอนที่ ๒) กิเลสและความผูกพัน (โคดำ กับ โคขาว)

ในกามภูสูตร
เป็นพระสูตรที่มีการเปรียบเทียบ (อุปมาอุปไมย) ที่ลึกซึ้ง
และเห็นภาพชัดเจนมาก
เรื่องของกิเลสและความผูกพัน (สังโยชน์ เครื่องผูก)

เรื่องราวเริ่มต้นเกิดจากการสนทนาธรรม
ระหว่างพระกามภูและพระอานนท์
โดยพระกามภูได้ตั้งคำถามที่น่าสนใจว่า
ตา เป็นตัวไปเกาะเกี่ยว (ผูกติด) กับ รูป
หรือว่า รูป เป็นตัวมาเกาะเกี่ยวกับ (ผูกติด) ตา กันแน่
(รวมถึงอายตนะรับรู้ และอารมณ์อื่นๆ ทั้งหมดด้วย)
จนถึง ใจ ไปเกาะเกี่ยวกับ อารมณ์ความนึกคิด
หรือ อารมณ์ความนึกคิด มาเกาะเกี่ยวกับ ใจ กันแน่

พูดง่ายๆ ก็คือ
สิ่งใดเป็นตัวการ ที่ทำให้เกิดการยึดติด
ระหว่าง อายตนะภายในรับสัมผัส
ทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
กับอายตนะภายนอกอารมณ์ที่เข้ามากระทบ

คำตอบของพระอานนท์
ท่านตอบอย่างชัดเจนว่า
ตา ไม่ได้ผูกติดกับ รูป
และ รูป ก็ไม่ได้ผูกติดกับ ตา
(รวมทั้งอายตนะข้ออื่นๆ ด้วย)
จนถึง ใจ ก็ไม่ได้ผูกติดกับ อารมณ์
และ อารมณ์ ก็ไม่ได้ผูกติดกับ ใจ

แต่สิ่งที่เป็นเครื่องเกาะเกี่ยว
หรือตัวการที่ทำให้เกิดการผูกมัดอย่างแท้จริง
คือ ความพอใจ ความรักใคร่
(ฉันทราคะ สังโยชน์) ที่เกิดขึ้น
เมื่อ ตากับรูป
(รวมทั้งอายตนะข้ออื่นๆ)
และ ใจกับอารมณ์ มากระทบกันต่างหาก

โดยที่ท่านพระอานนท์
ได้อุปมาเรื่อง โคดำ กับ โคขาว
เพื่อให้พระกามภูเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง
ท่านยกตัวอย่างเปรียบเทียบ ดังนี้
สมมติว่ามี โคสีดำ และ โคสีขาว
ถูกจับมาผูกติดกันไว้ ด้วยเชือกเส้นเดียวกัน

ถ้ามีคนบอกว่า
โคดำเป็นตัวไปผูกติดกับโคขาว
หรือ โคขาวเป็นตัวไปผูกติดกับโคดำ
คำกล่าวนั้น จะถูกต้องหรือไม่

คำตอบคือ ไม่ถูกต้อง
เพราะโคทั้งสองตัว ไม่ได้ผูกมัดกันเองโดยธรรมชาติ
แต่เพราะ เชือก ต่างหาก
ที่เป็นตัวการคอยดึงโคทั้งสองตัวไว้ด้วยกัน

สรุปในการเปรียบเทียบ คือ
๑. โคดำ
เปรียบเหมือน สิ่งที่รับสัมผัส คือ
อายตนะภายใน (ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ)
๒. โคขาว
เปรียบเหมือน สิ่งที่เข้ามากระทบ คือ
อายตนะภายนอก (รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ธรรมารมณ์)
๓. เชือกที่ผูกโคทั้งสอง
เปรียบเหมือน เครื่องเกาะเกี่ยว คือ
ความพอใจ ความรักใคร่ ความยินดี
หรือ (ฉันทราคะ/กิเลสตัณหา/สังโยชน์) นั่นเอง

โดยสรุป
ความทุกข์ หรือความผูกพัน
ไม่ได้เกิดจากร่างกายของเรา
และไม่ได้เกิดจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว
เพราะธรรมชาติของตาและรูป (อายตนะข้ออื่นๆ ก็เหมือนกัน)
เป็นเพียงสิ่งที่มีอยู่ตามปกติ ไม่ได้มีความผิดอะไร

ดังนั้นการจะดับทุกข์ หรือการจะหลุดพ้น
จึงไม่ใช่การไปทำลายดวงตา (อายตนะภายใน)
หรือหลีกหนีออกจากโลกที่เต็มไปด้วยรูป (อายตนะภายนอก)
แต่คือการ ตัดเชือก (ตัดสังโยชน์ เครื่องผูก)
โดยการใช้สติปัญญา ฝึกละทิ้งความพอใจ
ความรักใคร่ ความยึดติด (ฉันทราคะ/ตัณหา/อุปาทาน)
ที่อยู่ตรงกลางต่างหาก จึงจะเป็นอิสระพ้นจากความทุกข์ไปได้
(โดยใช้สติปัญญา เพื่อตัดเชือก คือ ละสังโยชน์นั่นเอง)

(๒๓/๐๓/๒๕๖๙)

*********

ติดตามรับชมและอ่านธรรมะเพิ่มเติมได้ที่ :
FB เพจ : ธรรมะเตือนสติ Purifilm
YT ช่อง : Purifilm Channel
TT ช่อง : ธรรมะเตือนสติ Purifilm
จัดทำและเรียบเรียงเพื่อเป็นธรรมทานโดย :
ศรันภัทร นคนันทินี (ภูริฟิล์ม)

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ไตรลักษณ์ 3 ประการ

กรรมของคน ชอบใส่ร้ายป้ายสี และนินทาผู้อื่น

(ตอนที่ ๔) พื้นฐานสำคัญในการฝึกปล่อยวาง

(ตอนที่ ๓) รู้จักสังโยชน์ (ตัวผูกรัด)

การให้อภัย เป็นการให้ที่ดีที่สุด

ทำตัวเหมือนโจร (มหาโจรผู้ประกอบด้วยองค์ห้า)

ผลกรรม ของมือที่สาม นอกใจคนรักของตน

(ตอนที่ ๑) วิธีละอาสวกิเลส ๗ ประการ

คำขอขมา และอธิษฐานจิต ถอนคำสัญญา คำสาบาน