ความรู้ที่ทำให้มีการอบรมจิต (สัมมาสมาธิ)



ความรู้ที่ทำให้มีการอบรมจิต

ภิกษุ ท. ! จิตนี้ เป็นธรรมชาติประภัสสร แต่จิต (ที่มีธรรมชาติประภัสสร) นั้นแล เข้าถึงความเศร้าหมองแล้ว เพราะอุปกิเลสอันเป็นอาคันตุกะจรมา เรากล่าวว่า บุถุชนผู้ไม่มีการสดับ ย่อมไม่รู้ชัดตามที่เป็นจริง ซึ่งความจริงข้อนั้น เพราะเหตุนั้น จิตตภาวนา ย่อมไม่มีแก่บุถุชนผู้ไม่มีการสดับ ดังนี้.

ภิกษุ ท. ! จิตนี้ เป็นธรรมชาติประภัสสร แต่จิต (ที่มีธรรมชาติประภัสสร) นั้นแล เป็นจิตพ้นวิเศษ จากอุปกิเลส อันเป็นอาคันตุกะจรมานั้นได้. เรากล่าวว่าอริยสาวกผู้มีการสดับ ย่อมรู้ชัดตามที่เป็นจริงซึ่งความจริงข้อนั้น เพราะเหตุนั้นจิตตภาวนา ย่อมมีแก่อริยสาวกผู้มีการสดับ ดังนี้.

(พระพุทธภาษิตนี้ มีความหมายลึกอยู่บางประการ จนทำให้มีผู้เข้าใจผิดไปว่า ถ้าจิตมีความเป็นประภัสสรตามธรรมชาติแล้ว ทำไมจึงเศร้าหมองได้เพราะอุปกิเลส; และว่า ถ้าจิตพ้นจากอุปกิเลส กลับไปสู่ความเป็นจิตประภัสสรอย่างเดิมแล้ว มันก็จะกลับเป็นจิตเศร้าหมอง เพราะอุปกิเลสได้อีกในภายหลัง สลับกันไปไม่รู้สิ้นสุด ดังนี้.
แต่ความจริงมีอยู่ว่า ประภัสสรตามธรรมชาตินั้น ถูกครอบงำด้วยอุปกิเลสได้ จึงต้องทำการภาวนา คือ อบรมจิตให้เปลี่ยนสภาพ เป็นประภัสสรสมุจเฉท (การตัดขาด) ซึ่งอุปกิเลสจะครอบงำไม่ได้อีกต่อไป.
เพราะเหตุนั้นจึงตรัสว่า ผู้รู้ความจริงเรื่องนี้เท่านั้น จึงประสงค์การเจริญภาวนาอบรมจิต และอบรมจิตได้ตามประสงค์).


- เอก. อํ. ๒๐/๑๑ - ๑๒/๕๒ - ๕๓
อริยสัจจากพระโอษฐ์ ภาค ๒ หน้าที่ ๑๓๑๐

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ไตรลักษณ์ 3 ประการ

อาฆาตแรง ชอบด่าว่า สาปแช่งคนอื่น จะได้รับผลกรรมอะไร

หนทาง 7 สาย กรรมดีกรรมชั่ว ชีวิตหลังความตาย

(ตอนที่ ๓) รู้จักสังโยชน์ (ตัวผูกรัด)

กรรมของคน ชอบใส่ร้ายป้ายสี และนินทาผู้อื่น

(ตอนที่ ๔) พื้นฐานสำคัญในการฝึกปล่อยวาง

การเบียดเบียนผู้อื่น จะนำทุกข์มาให้ตนเอง

ทาง ๒ สายที่ไม่ควรเดิน

ครั้งมีพระชาติเป็นพระเวสสันดร การบำเพ็ญบารมีในอดีตชาติของพระพุทธเจ้า

คนหลายใจ ที่คบชู้ เป็นชู้ และนอกใจ บาปกรรมหนักแค่ไหน