บทความ

พุทธประวัติ EP.5 ตอน การลงสู่ครรภ์ และการอยู่ในครรภ์แห่งมารดา

รูปภาพ
การลงสู่ครรภ์ ๒ ๒. บาลี อัจฉริยอัพภูตธัมมสูตร อุปริ. ม. ๑๔/๒๔๙/๓๖๕. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ! ข้อนี้ ข้าพระองค์ได้ฟังมา เฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้จำมาแต่ที่เฉพาะ พระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ดูก่อนอานนท์ ! ในกาลใด โพธิสัตว์ กำลังก้าวลงสู่ครรภ์แห่งมารดา ในกาลนั้น เทพบุตรทั้งหลาย ย่อมทำการอารักขาในทิศทั้งสี่ แก่โพธิสัตว์ โดยประสงค์ว่า มนุษย์หรืออมนุษย์หรือใคร ๆ ก็ตาม อย่าได้เบียดเบียนโพธิสัตว์ หรือมารดาแห่งโพธิสัตว์เลย” ดังนี้. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ! แม้ข้อนี้ ข้าพระองค์ย่อมถือไว้ว่า เป็นของน่าอัศจรรย์ ไม่เคยมี เกี่ยวกับพระผู้มีพระภาค. ชุดจากพระโอษฐ์ ๕ เล่ม เล่มที่ ๕ พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ หน้าที่ ๒๖ และการอยู่ในครรภ์ ๓ ๓. บาลี อัจฉริยอัพภูตธัมมสูตร อุปริ. ม. ๑๔/๒๔๙-๒๕๑/๓๖๖-๗-๘-๙,๓๗๑. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ! ข้อนี้ ข้าพระองค์ได้ฟังมา เฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้จำมาแต่ที่เฉพาะพระพักตร์ พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ดูก่อนอานนท์ ! ในกาลใด โพธิสัตว์ก้าวลงสู่ครรภ์แห่งมารดา ในกาลนั้นมารดาแห่งโพธิสัตว์ ย่อมเป็นผู้ ...

พุทธประวัติ EP.4 การจุติจากดุสิตลงสู่ครรภ์ เกิดแสงสว่าง และแผ่นดินไหว เนื่องด้วยการจุติ

รูปภาพ
การจุติจากดุสิตลงสู่ครรภ์ ๑ ๑. บาลี อัจฉริยอัพภูตธัมมสูตร อุปริ. ม. ๑๔/๒๔๘/๓๖๓. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ! ข้อนี้ ข้าพระองค์ได้ฟังมา เฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้จำมาแต่ที่เฉพาะ พระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ดูก่อนอานนท์ ! โพธิสัตว์ มีสติ รู้ตัวทั่วพร้อม จุติจากหมู่เทพชั้นดุสิต ก้าวลงสู่ครรภ์แห่งมารดา” ดังนี้. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ! แม้ข้อนี้ ข้าพระองค์ย่อมถือไว้ว่า เป็นของน่าอัศจรรย์ ไม่เคยมีเกี่ยวกับพระผู้มีพระภาค. ชุดจากพระโอษฐ์ ๕ เล่ม เล่มที่ ๕ พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ หน้าที่ ๒๔ เกิดแสงสว่างเนื่องด้วย การจุติจากดุสิต ๑ ๑. บาลี อัจฉริยอัพภูตธัมมสูตร อุปริ. ม. ๑๔/๒๔๘/๓๖๔, และ จตุกฺก. อํ. ๒๑/๑๗๖/๑๒๗. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ! ข้อนี้ ข้าพระองค์ได้ฟังมา เฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้จำมาแต่ที่เฉพาะ พระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ดูก่อนอานนท์ ! โพธิสัตว์ มีสติ รู้ตัวทั่วพร้อม จุติจากหมู่เทพชั้นดุสิตแล้ว ก้าวลงสู่ครรภ์แห่งมารดา ในขณะนั้น แสงสว่างอันโอฬาร จนหาประมาณมิได้ ยิ่งใหญ่กว่าอานุภาพ ของเทวดาทั้งหลายจะบ...

พุทธประวัติ EP.3 ตอน การอยู่ในหมู่เทพชั้นดุสิต

รูปภาพ
การอยู่ในหมู่เทพชั้นดุสิต ๓ ๓. บาลี อัจฉริยอัพภูตธัมมสูตร อุปริ. ม. ๑๔/๒๔๗/๓๖๐-๑-๒, เป็นคำที่พระอานนท์ เล่าแก่ภิกษุทั้งหลาย ต่อพระพักตร์พระผู้มีพระภาค ถึงเรื่องที่เคยได้ฟังมาจากพระผู้มีพระภาคเอง, นับว่าเป็นข้อความจากพระโอษฐ์ เฉพาะตอนที่อยู่ในอัญญประกาศ. บาลีอัจฉริยอัพภูตธัมมสูตรอันว่าด้วยเรื่องอยู่ในดุสิต เรื่องจุติ เรื่องประสูติ เหล่านี้ ซึ่งล้วนแต่เป็นปาฏิหาริย์, จะเป็นเรื่องที่ควรถือเอาตามนั้น ตรงตามตัวอักษรไปทั้งหมด หรือว่าเป็นเรื่องที่ท่านแฝงไว้ในปุคคลาธิษฐาน จะต้องถอดให้เป็นธรรมาธิษฐานเสียก่อนแล้วจึงถือเอา เป็นเรื่องที่ต้องวินิจฉัยกันอีกต่อหนึ่ง, ข้าพเจ้าผู้รวบรวมสังเกตเห็น ความแปลกประหลาดของเรื่องเหล่านี้ ตอนที่ไม่ตรัสเล่าเสียเอง ยกให้เป็นหน้าที่ของพระอานนท์ เป็นผู้เล่ายืนยันอีกต่อหนึ่ง ขอให้วินิจฉัยกันดูเถิด. ที่นำมารวมไว้ในที่นี้ด้วย ก็เพราะมีอยู่ในบาลี เป็นพุทธภาษิตเหมือนกัน แม้จะโดยอ้อม โดยผ่านทางปากของพระอานนท์อีกต่อหนึ่ง ซึ่งลักษณะเช่นนี้ มีแต่เรื่องตอนนี้เท่านั้น. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ! ข้อนี้ ข้าพระองค์ได้ฟังมา เฉพาะพระพักตร์พ...

พุทธประวัติ EP.2 ตอน พวกสากยะอยู่ใต้อำนาจพระเจ้าโกศล และแดนสากยะขึ้นอยู่ในแคว้นโกศล

รูปภาพ
พวกสากยะอยู่ใต้อำนาจพระเจ้าโกศล ๒ ๒. บาลี อัคคัญญสูตร ปา. ที. ๑๑/๙๑/๕๔. แก่วาเสฏฐะกับเพื่อน . ....วาเสฏฐะ ! พระราชา ปเสนทิโกศล ย่อมทราบว่า ‘พระสมณโคดมผู้ยอดเยี่ยม บวชแล้วจากสากยตระกูล’. วาเสฏฐะ ! ก็แหละพวกสากยะ ท. เป็นผู้อยู่ใกล้ชิด และอยู่ในอำนาจของพระราชาปเสนทิโกศล. วาเสฏฐะ ! ก็พวกสากยะ ท. ย่อมทำการต้อนรับ, ทำการอภิวาท ลุกขึ้นยืนรับ ทำอัญชลีกรรมและสามีจิกรรม ในพระราชาปเสนทิโกศล. วาเสฏฐะ ! พวกสากยะ กระทำการต้อนรับ เป็นต้น แก่พระราชาปเสนทิโกศลอย่างไร, พระราชาปเสนทิโกศล ย่อมกระทำการต้อนรับ เป็นต้น แก่ตถาคต (เมื่อออกบวชแล้ว) อย่างนั้น ๓. ๓. ความข้อนี้ เราไม่อยากจะเชื่อกันโดยมากว่าจะเป็นอย่างนี้ โดยที่เราไม่อยากให้ตระกูลของพระองค์ เป็นเมืองขึ้นของใคร แต่พระองค์เองกลับตรัสตรงไปทีเดียวว่า เป็นเมืองขึ้นของโกศล, ต้องนอบน้อมต่อพระเจ้าปเสนทิ. แต่เมื่อพระองค์ออกบวช เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว. พระเจ้าปเสนทิโกศล กลับทำตรงกันข้าม คือนอบน้อมต่อพระองค์ เช่นเดียวกับที่พวกสากยะ เคยนอบน้อมต่อพระเจ้าปเสนทิ. บาลีตรงนี้ คือ รญฺโญ ปเสนทิสฺส โกสลสฺส อนนฺตร...

พุทธประวัติ EP.1 ตอน การเกิดแห่งวงศ์สากยะ

รูปภาพ
การเกิดแห่งวงศ์สากยะ ๑ ๑. ตรัสแก่อัมพัฏฐมาณพ ศิษย์พราหมณ์โปกขรสาติ ที่ป่าอิจฉานังคละ. บาลี อัมพัฏฐสูตรที่ ๓ สี. ที. ๙/๑๒๐/๑๔๙. อัมพัฏฐะ ! เรื่องดึกดำบรรพ์, พระเจ้าอุกกากราช ปรารถนาจะยกราชสมบัติ ประทานแก่โอรสของพระมเหสี ที่โปรดปรานต้องพระทัย จึงได้ทรงขับราชกุมาร ผู้มีชนมายุแก่กว่า คือเจ้า อุกกามุข, กรกัณฑุ, หัตถินีกะ, สินีปุระ, ออกจากราชอาณาจักร ไปตั้งสำนักอยู่ ณ ป่าสากใหญ่ ใกล้สระโบกขรณีข้างภูเขาหิมพานต์. เธอเหล่านั้น กลัวชาติจะระคนกัน จึงสมสู่กับพี่น้องหญิงของเธอเอง. ต่อมาพระเจ้าอุกกากราช ตรัสถามอำมาตย์ว่า ‘บัดนี้กุมารเหล่านั้นอยู่ที่ไหน?’ (อำมาตย์) กราบทูลว่า บัดนี้กุมารเหล่านั้นเสด็จอยู่ ณ ป่าสากใหญ่ ซึ่งอยู่ใกล้สระโบกขรณี ข้างภูเขาหิมพานต์ พระกุมารทั้งหลายกลัวชาติระคนกัน จึงสมสู่กับภคินี ของตนเอง. ขณะนั้น พระเจ้าอุกกากราช ทรงเปล่งพระอุทานว่า ‘กุมารผู้อาจหาญหนอ, กุมารผู้อาจหาญอย่างยิ่งหนอ’. เพราะเหตุนั้นเป็นเดิม จึงเป็นพวกที่ได้ชื่อว่า ‘สากยะ’ ๑ สืบมา..... ๑. ชื่อนี้มีมูลมาจากต้นสากก็ได้, แห่งคำว่ากล้าหาญก็ได้, เพราะสักก- กล...

คนมีกิเลส ตกนรกทั้งหมด ทุกคนจริงหรือ? บุคคลที่มีเชื้อเหลือ ๙ จำพวก

รูปภาพ
เช้าวันหนึ่ง ท่านพระสารีบุตรครองจีวร ถือบาตร เข้าไปบิณฑบาตในนครสาวัตถี ท่านเห็นว่าเวลายังเช้าเกินไป สำหรับการบิณฑบาต จึงแวะเข้าไปในอาราม ของพวกปริพาชกลัทธิอื่น ได้ทักทายปราศรัยกันตามธรรมเนียม แล้วนั่งลง ณ ส่วนข้างหนึ่ง. ก็ในเวลานั้นแล พวกปริพาชกทั้งหลายนั้น กำลังยกข้อความขึ้น กล่าวโต้เถียงกันอยู่ ถึงเรื่องบุคคลใด ใครก็ตาม ที่ยังมีเชื้อเหลือ ถ้าตายแล้ว ย่อมไม่พ้นเสียจากนรก จากกำเนิดเดรัจฉาน จากวิสัยแห่งเปรต จากอบาย ทุคติ วินิบาต ไปได้เลยสักคนเดียว ดังนี้. ท่านพระสารีบุตรไม่แสดงว่าเห็นด้วย และไม่คัดค้าน ข้อความของปริพาชกเหล่านั้น, ลุกจากที่นั่งไป โดยคิดว่า ทูลถวายพระผู้มีพระภาคเจ้า แล้วจักได้ทราบความข้อนี้. ครั้นกลับจากบิณฑบาต ภายหลังอาหารแล้ว จึงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า กราบทูลถึงเรื่องราว ที่เกิดขึ้นในตอนเช้าทุกประการ. พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า :- สารีบุตร ! พวกปริพาชกลัทธิอื่น ยังอ่อนความรู้ ไม่ฉลาด จักรู้ได้อย่างไรกันว่า ใครมีเชื้อเหลือ ใครไม่มีเชื้อเหลือ. สารีบุตร ! บุคคลที่มีเชื้อ (กิเลส) เหลือ ๙ จำพวก ดังที่จะกล่าวต่อไปนี...

สุขที่สัตว์โลกควรกลัว และไม่ควรกลัว

รูปภาพ
สวัสดีครับคุณผู้ชมคุณผู้ฟังทุกท่าน ที่ติดตามรับชมภูริฟิล์ม อริยสัจจากพระโอษฐ์ คลิบนี้เสนอตอน สุขที่สัตว์โลกควรกลัว และไม่ควรกลัว พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า ...ก็ข้อนั้น อันเรากล่าวแล้วว่า บุคคลควรรู้จักการวินิจฉัย (ตัดสินใจ) ในความสุข เมื่อรู้จักการวินิจฉัยความสุขแล้ว ควรประกอบความสุขชนิดที่เป็นภายใน, ข้อนั้นเรากล่าว เพราะอาศัยเหตุผลอะไรเล่า? ภิกษุ ท. ! กามคุณมีห้าอย่างเหล่านี้. ห้าอย่างนั้นอะไรเล่า ? ห้าอย่างคือ รูป ที่เห็นด้วยตา, เสียง ที่ฟังด้วยหู, กลิ่น ที่ดมด้วยจมูก, รส ที่ลิ้มด้วยลิ้น, และโผฏฐัพพะ ที่สัมผัสด้วยกาย, (แต่ละอย่างล้วน) เป็นสิ่งที่น่าปรารถนา น่ารักใคร่ น่าพอใจ เป็นสิ่งที่ยวนตายวนใจให้รัก เป็นที่เข้าไปตั้งอาศัยซึ่งความใคร่ เป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัดย้อมใจ ; ภิกษุ ท. ! สุขโสมนัสอันใดเกิดขึ้น เพราะอาศัยกามคุณห้าเหล่านี้, สุขโสมนัสนั้น เราเรียกว่ากามสุข อันเป็นสุขของบุถุชน เป็นสุขทางเมถุน (มิฬ๎หสุข) ไม่ใช่สุขอันประเสริฐ. เรากล่าวว่า สุขนั้น บุคคลไม่ควรเสพ ไม่ควรเจริญ ไม่ควรทำให้มาก, ควรกลัว....

คำสอนพระพุทธเจ้า ตอน ผู้เห็นแก่นอน (ธรรมกับการสอบ)

รูปภาพ
ผู้เห็นแก่นอน สวัสดีครับคุณผู้ชมคุณผู้ฟังทุกท่าน ที่ติดตามรับชมภูริฟิล์ม ธรรมะ ๑ นาที คลิบนี้เสนอตอน ผู้เห็นแก่นอน ในเรื่องผู้เห็นแก่นอน พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า... ภิกษุทั้งหลาย ! พวกเธอทั้งหลาย จะเข้าใจเรื่องนี้กันอย่างไร ? พวกเธอเคยได้เห็น ได้ฟังมาบ้างหรือว่า พระราชา ผู้เป็นกษัตริย์ได้รับมุรธาภิเษกแล้ว ทรงประกอบความสุขในการประทม หาความสุขในการเอนพระวรกาย หาความสุขในการประทมหลับ ตามแต่พระประสงค์อยู่เนืองนิจ ยังคงทรงปกครองราชสมบัติให้เป็นที่รักใคร่ ถูกใจพลเมือง จนตลอดพระชนม์ชีพได้อยู่หรือ ? “อย่างนี้ ไม่เคยได้เห็นได้ฟังเลย พระเจ้าข้า !”. ดีแล้ว ภิกษุทั้งหลาย ! ข้อที่กล่าวนี้ แม้เราเองก็ไม่เคยได้เห็น ได้ฟังอย่างนั้นเหมือนกัน. ภิกษุทั้งหลาย ! พวกเธอทั้งหลาย จะเข้าใจเรื่องนี้กันอย่างไร ? พวกเธอเคยได้เห็นได้ฟังมาบ้างหรือว่า ผู้ครองรัฐก็ดี ทายาทผู้สืบมรดกก็ดี เสนาบดีก็ดี นายบ้านก็ดี และหัวหน้าหมู่บ้านก็ดี ประกอบความสุขในการนอน หาความสุขในการเอนกาย หาความสุขในการหลับ ตามสบายใจอยู่เนืองนิจ ยังคงดำรงตำแหน่งนั้นๆ ให้เป็นที่รักใคร่ ถูกใจของ (ประชา...

คำสอนพระพุทธเจ้า ตอน ต้องขึงสายพิณให้พอเหมาะ (ธรรมกับการสอบ)

รูปภาพ
ต้องขึงสายพิณให้พอเหมาะ สวัสดีครับคุณผู้ชมคุณผู้ฟังทุกท่าน ที่ติดตามรับชมภูริฟิล์ม คำสอนพระพุทธเจ้า คลิบนี้เสนอตอน ต้องขึงสายพิณให้พอเหมาะ ในเรื่องต้องขึงสายพิณพอเหมาะ พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า... โสณะ ! เธอมีความคิดในเรื่องนี้ เป็นอย่างไร : เมื่อก่อนแต่ครั้งเธอยังเป็นคฤหัสถ์ เธอเชี่ยวชาญในเรื่องเสียงแห่งพิณ มิใช่หรือ ? “เป็นเช่นนี้ พระเจ้าข้า !”. โสณะ ! เธอจะสำคัญข้อนั้นเป็นไฉน เมื่อใด สายพิณของเธอขึงตึงเกินไป เมื่อนั้น พิณของเธอจะมีเสียงไพเราะน่าฟังหรือ จะใช้การได้หรือ ? “ไม่เป็นเช่นนั้น พระเจ้าข้า !”. โสณะ ! เธอจะสำคัญข้อนั้นเป็นไฉน เมื่อใดสายพิณของเธอขึงหย่อนเกินไป เมื่อนั้น พิณของเธอจะมีเสียงไพเราะน่าฟังหรือ จะใช้การได้หรือ ? “ไม่เป็นเช่นนั้น พระเจ้าข้า !”. โสณะ ! แต่ว่า เมื่อใด สายพิณของเธอ ไม่ตึงนัก หรือไม่หย่อนนัก ขึงได้ระเบียบเสมอๆ กันแต่พอดี เมื่อนั้น พิณของเธอย่อมมีเสียงไพเราะน่าฟัง หรือใช้การได้ดี มิใช่หรือ ? “เป็นเช่นนั้น พระเจ้าข้า !”. โสณะ ! ข้อนี้ก็เป็นเช่นนั้นแล กล่าวคือ ความเพียรที่บุคคลปรารภจัดเกินไป ย่อมเป็นไ...

วันเข้าพรรษา พระภิกษุสงฆ์อยู่ประจำที่ตลอด 3 เดือน และอานิสงส์ การถวายผ้าอาบน้ำฝน

รูปภาพ
วันเข้าพรรษา ตรงกับวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ ซึ่งคำว่า "เข้าพรรษา" แปลว่า "พักฝน" หมายถึง พระภิกษุสงฆ์ ต้องอยู่ประจำ ณ วัดใดวัดหนึ่งระหว่างฤดูฝน โดยเหตุที่พระภิกษุ ในสมัยพุทธกาล มีหน้าที่จะต้องจาริกโปรดสัตว์ และเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอน แก่ประชาชน ไปในที่ต่างๆ ไม่จำเป็นต้องมีที่อยู่ประจำ แม้ในฤดูฝน ชาวบ้านจึงตำหนิว่า ไปเหยียบข้าวกล้า และพืชอื่นๆ จนเสียหาย พระพุทธเจ้าจึงทรงวางระเบียบ การจำพรรษา ให้พระภิกษุอยู่ประจำที่ ตลอด 3 เดือน ในฤดูฝน คือ เริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี หรือถ้าปีใดมีเดือน 8 สองครั้ง ก็เลื่อนมาเป็น วันแรม 1 ค่ำ เดือนแปดหลัง และออกพรรษาในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 เว้นแต่มีกิจธุระจำเป็น ซึ่งเมื่อเดินทางไปแล้ว ไม่สามารถจะกลับได้ในเดียวนั้น ก็ทรงอนุญาตให้ไปแรมคืน ได้คราวหนึ่งไม่เกิน 7 คืนเรียกว่า สัตตาหะ หากเกินกำหนดนี้ ถือว่าไม่ได้รับประโยชน์ แห่งการจำพรรษา จัดว่าพรรษาขาด ส่วนระหว่างเดินทาง ก่อนหยุดเข้าพรรษา หากพระภิกษุสงฆ์ เข้ามาทันในหมู่บ้าน หรือในเมือง ก็พอจะหาที่พักพิงได้ตามสมควร แต่ถ้ามาไม่ทัน ก็ต้องพึ่งโคนไม้ใหญ่...

วันอาสาฬหบูชา วันที่พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมเทศนา ที่ทรงตรัสรู้เป็นครั้งแรก

รูปภาพ
วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ นับเป็นวันสำคัญในประวัติศาสตร์ แห่งพระพุทธศาสนา คือวันที่พระพุทธองค์ ทรงแสดงธรรมเทศนา หรือหลักธรรม ที่ทรงตรัสรู้เป็นครั้งแรก แก่เบญจวัคคีย์ทั้ง ๕ ณ มฤคทายวัน ตำบลอิสิปตนะ เมืองพาราณสี ในชมพูทวีปสมัยโบราณ ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ในประเทศอินเดีย ด้วยพระพุทธองค์ทรงเปรียบดัง ผู้ทรงเป็นธรรมราชา ก็ทรงบันลือธรรมเภรียังล้อแห่งธรรม ให้หมุนรุดหน้า เริ่มต้นแผ่ขยาย อาณาจักรแห่งธรรม นำความร่มเย็น และความสงบสุข มาให้แก่หมู่ประชา ดังนั้นธรรมเทศนา ที่ทรงแสดงครั้งแรก จึงได้ชื่อว่า "ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร" ที่แปลว่า พระสูตรแห่งการหมุน วงล้อธรรม หรือพระสูตรแห่งการแผ่ขยาย ธรรมจักร กล่าวคือ ดินแดนแห่งธรรม เมื่อ ๒๕๐๐ กว่าปีมาแล้ว ชมพูทวีปในสมัยโบราณ กำลังย่างเข้าสู่ยุคใหม่ แห่งความเจริญก้าวหน้า รุ่งเรืองเฟื่องฟูในทุกด้าน และมีคนหลายประเภท ทั้งชนผู้มั่งคั่งร่ำรวย นักบวชที่พัฒนาความเชื่อ และข้อปฏิบัติทางศาสนา เพื่อให้ผู้ร่ำรวย ได้ประกอบพิธีกรรมแก่ตนอย่างเต็มที่ ผู้เบื่อหน่ายชีวิต ที่วนเวียนในอำนาจ และโภคสมบัติ ที่ออกบวช หรือบางพวก ก็แสวงหาคำตอบ ที่เป็นทางรอด...

สาเหตุของการต้องตั้งนโม หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต

รูปภาพ
ในปี พ.ศ. ๒๔๖๓ เดือน ๓ ข้างขึ้น หลังจากออกพรรษาแล้ว เป็นระยะเวลาที่ท่านอาญาครูดี พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร และพระอาจารย์กู่ ธมฺมทินฺโน ได้พบพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ต่อมาได้ปวารณาตนขอเป็นศิษย์พระอาจารย์มั่นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา สาเหตุที่พบกันมีอยู่ว่า ระยะเวลาดังกล่าวพระอาจารย์มั่น พร้อมด้วยพระภิกษุสามเณรอีกหลายรูปได้เที่ยวธุดงค์ไปพักที่วัดป่าภูไทสามัคคี บ้านม่วงไข่ ตำบลพรรณา อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ญาติโยมทั้งหลายในบ้านม่วงไข่ได้พากันไปนมัสการ และขอฟังพระธรรมเทศนาของท่าน สำหรับพระภิกษุที่ไปร่วมฟังด้วยในคราวนั้น ก็มีท่านอาญาครูดี พระอาจารย์ฝั้น และพระอาจารย์กู่ พระอาจารย์มั่นได้แสดงพระธรรมเทศนาเบื้องต้นในเรื่องการให้ทาน รักษาศีล และการบำเพ็ญภาวนา ตามขั้นภูมิของผู้ฟัง ว่าการให้ทานและการรักษาศีลภาวนานั้น ถ้าจะให้เกิดผลานิสงส์มากจะต้องละจากความคิดเห็นที่ผิดให้เป็นถูกเสียก่อน ท่านยกตัวอย่างที่ใกล้ตัวชาวบ้านมากที่สุดขึ้นอ้างว่า ชาวบ้านม่วงไข่นั้นส่วนใหญ่นับถือภูตผีปีศาจ ตลอดจนเทวดาและนางไม้เป็นสรณะ ซึ่งเป็นเรื่องที่เหลวไหลไร้เหตุผล ท่านได้แสดงข้อเท็จจริงขึ้นหักล้างหลายประการ และ...

เป็นทุกข์ จากการพลัดพราก ปล่อยวางอย่างไรดี

รูปภาพ
ครูบาอาจารย์ท่านให้ข้อคิดเตือนสติว่า การพลัดพรากจากสิ่งที่เรารักนั้น ก็ย่อมจะทำให้มีความทุกข์ เป็นเรื่องธรรมดา และการพบเห็น ในสิ่งที่ไม่รัก ก็ย่อมจะทำให้เป็นทุกข์ เช่นเดียวกัน ส่วนความทุกข์ที่เกิด จากการพลัดพรากนั้น มันเป็นเรื่องที่ทรมานใจ ของหลายๆ คน เป็นอย่างมาก และการที่เราจะไปบังคับ เพื่อไม่ให้พลัดพรากกันนั้น มันก็เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เช่นกัน เพราะเราทุกคนที่เกิดมา เมื่อถึงเวลา ก็ต้องพลัดพรากจากสิ่งที่รัก และสิ่งที่พอใจ ในวันใดวันหนึ่ง ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ยาก ที่เราจะไม่มีความโศกเศร้าเสียใจ แล้วทำไม เราจึงต้องโศกเศร้าเสียใจด้วย ท่านว่าการที่เราโศกเศร้าเสียใจนั้น ก็เป็นเพราะ เรามีความผูกพันในสิ่งอันเป็นที่รัก แต่ถ้าหากเราไม่มีความผูกพัน ไม่ติดข้องแล้ว เราก็จะไม่เสียใจ และจะปล่อยวางได้ในระดับหนึ่ง ท่่านว่า ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ มันไม่มีอะไร เที่ยงแท้แน่นอน เมื่อมีเริ่มต้น มันก็ย่อมมีการสิ้นสุด ถึงแม้ว่า เราจะต้องการ หรือไม่ต้องการก็ตาม เมื่อถึงเวลา เราก็ต้องพลัดพรากจากสิ่งของ หรือคนที่เรารัก เป็นเรื่องธรรมดา ไม่มีใครที่จะหลีกเลี่ยงไปได้ และยิ่งถ...

เคล็ดลับการใช้ชีวิตคู่ ให้มีความสุขความเจริญ

รูปภาพ
ครูบาอาจารย์ ท่านให้ข้อคิดเตือนสติว่า เรื่องของความรักนั้น มักจะเกิดขึ้นกับเราได้ตลอดเวลา แต่เมื่อมีความรักเกิดขึ้นแล้ว เราก็ควรจะมีศิลปะ ในการจัดการกับความรักอย่างถูกต้อง ซึ่งพระพุทธองค์ ท่านก็ทรงเตือน ถึงการมีสติยั้งคิด ในการใช้ชีวิตคู่ ให้หมั่นปฏิบัติธรรมอยู่เสมอ เพราะคู่รักที่อยู่ด้วยกันแล้ว ก็ไม่ควรประมาท ในการดำเนินชีวิต แต่ควรหมั่นทำความดี และพยายามฝึกฝนจิตใจ ให้มีความบริสุทธิ์อยู่เสมอ เพราะการมีสติรู้เท่าทันโลก รู้ทันจิตใจของตนเองนั้น เป็นสิ่งเราควรจะปฏิบัติ และเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา ซึ่งการที่เราจะมีความสุข จากความรักได้นั้น เราทั้งคู่ก็ต้องหมั่น สร้างบุญสร้างกุศล เพราะหากคู่รักมีศรัทธา มีศีล มีจาคะ และมีปัญญา ที่อยู่ในระดับสูง เสมอกันแล้ว ชีวิตคู่ก็ย่อมจะมีความสุขความเจริญ และนำมาซึ่งความร่ำรวย ซึ่งหลักปฏิบัติ ในการใช้ชีวิตคู่ ท่านว่ามีดังต่อไปนี้ 1. การมีปัญญาเสมอกัน ซึ่งปัญญาในทางโลก ก็คือ ความรู้ นหมายถึง ทั้งสองคน สามารถที่จะคุยกันรู้เรื่อง หรือรู้เท่าทันกัน ส่วนในทางธรรม คือ การเห็นธรรมชาติตามความเป็นจริง ที่เท่าเทียมกัน เพราะผู้ที่มีปัญญาเสมอก...

มงคลชีวิต 4 ประการ หนทางสู่ความสำเร็จ

รูปภาพ
สวัสดีครับคุณผู้ชมคุณผู้ฟังทุกท่าน ที่ติดตามรับชมภูริฟิล์ม คลิบนี้ผมจะมาพูดคุยในเรื่องของ มงคลชีวิต 4 ประการ ที่เป็นหนทางสู่ความสำเร็จ ซึ่งในเรื่องนี้นะครับ ครูบาอาจารย์ท่านให้ข้อคิดเตือนสติว่า มงคลนั้น ก็แปลว่า ธรรมอันนำมาซึ่งความสำเร็จ ความสุข และความเจริญ ซึ่งทั้งหมดแล้ว ก็มีอยู่ 38 ประการด้วยกัน แต่ในที่นี้ จะกล่าวถึงมงคลเพียง 4 ประการ ซึ่งก็มีดังต่อไปนี้ ครับ 1. มงคลชีวิตในข้อที่ 8 คือ มีศิลปวิทยา ท่านว่า คำว่า ศิลปะ ก็หมายถึง การนำเอาความรู้ มาใช้ให้เกิดผลในทางปฏิบัติ ส่วนคำว่า วิทยา หมายถึง ความรู้ ดังนั้น การมีศิลปวิทยา จึงหมายถึง การฉลาดรู้ ฉลาดทำ หรือการคิดเป็น ทำเป็นนั่นเอง ท่านว่า การที่เราจะประสบความสำเร็จในชีวิต หรือประสบความสำเร็จ ในด้านใดด้านหนึ่งนั้น ประการแรก เราจะต้องมีความรู้ในเรื่องนั้นๆ เป็นอย่างดีเสียก่อน อันหมายถึงรู้หลักทฤษฎี และประการต่อมา เราจะต้องมีศิลปะ อันหมายถึง รู้หลักในการปฏิบัติ คือ มีความสามารถในทางปฏิบัติ มีเทคนิคเฉพาะตัว รู้จักยืดหยุ่น และพลิกแพลงความรู้ที่มีอยู่นั้น ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ เพราะคนที่มีความรู้เพียงอย่า...